สงครามโลก
ความขัดแย้งของผู้มีอำนาจนำมาซึ่งความรุนแรงของมนุษยชาติ ส่งผลเสียหายแก่พลเมืองแต่ละประเทศอย่างรุนแรง ทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ที่อยู่ในสงคราม และคนที่เฝ้ารอ
READ MORE
ความสามัคคี
ในสงครามล้วนมีผู้แพ้และชนะ แต่หนึ่งในความสำคัญที่ทำให้ชนะสงครามนั้นคือ ความสามัคคี การช่วยเหลือกันในยามวิกฤตนั้นคือหัวใจหลักของชัยชนะ
READ MORE
เทคโนโลยี
แต่ละสงครามนั้นจำเป็นต้องใช้ทั้งทหาร อาวุธ และเทคโนโลยี แต่สิ่งที่จะทำให้ได้รับชัยชนะที่สำคัญที่สุดนั่นคือ เทคโนโลยี ประเทศที่สามารถพัฒนายุทธโธปกรณ์ได้ล้ำหน้า ก้าวไกล และมีศักยภาพสูง คือประเทศที่มีอำนาจเหนือนานาประเทศ
Click Here
ความสูญเสีย
ทุกสงครามมีความเสียหายเกิดขึ้นมากมาย ทั้งเศรษฐกิจ ชีวิต สังคม ความขัดแย้งนำมาซึ่งความสูญเสียแก่ทุกฝ่าย ทุกสงครามนั้นมีต้นทุนที่มากมายก็จริง แต่ผลลัพธ์ของมันนั้นมีความเสียหายที่มหาศาลยิ่งกว่าต้นทุนอย่างเทียบไม่ได้
Click Here

สงคราม เกิดขึ้นเพราะอะไร

       เป็นคำถามที่ชวนให้เราสงสัยกันบ่อยๆ จริงๆแล้วในอดีตนั้นมีสงครามเกิดขึ้นมากมายในทั่วทุกทวีปของโลก ส่วนใหญ่แล้วก็เกิดจากกิเลสของผู้มีอำนาจปกครองเมือง แคว้น ประเทศต่างๆ ที่ไม่รู้จักผ่อนปรน ประนีประนอม ด้วยทิฐิที่แข็งกร้าว ทำให้เกิดความขัดแย้งซึ่งไม่มีประโยชน์ และยังนำความเสียหายใหญ่หลวงมายังพลเมืองในประเทศ เป็นธรรมดาของผู้ที่มีอำนาจ ศักยภาพสูงกว่าที่ขาดคุณธรรม ที่ต้องการจะเอารัดเอาเปรียบประเทศที่มีกำลังที่จะปกป้องตนเองน้อยกว่า ประเทศที่มีอำนาจก็จะหาเหตุอันชอบธรรมเข้าไปดำเนินการหาประโยชน์จากประเทศที่ตนต้องการ 

     บางประเทศก็ยอมหากไม่เสียหายมาก บางประเทศก็ลุกขึ้นสู้เพราะไม่ชอบการเอาเปรียบที่สุดโต่ง ซึ่งประเทศต่างๆก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ก็ทำให้มีการรวมกลุ่มเพื่อหาผู้นำที่มีอำนาจในการต่อรอง ไม่ให้ประเทศที่ขาดศีลธรรมมีอำนาจเกินตัวและเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์จนเกินงาม ซึ่งจริงๆแล้ว สาเหตุหลักของสงคราม ก็มีอยู่ไม่กี่อย่างที่จะทำให้แต่ละประเทศขัดแย้งกัน แต่ในอดีตนอกจากการหาประโยชน์จากเมืองอื่นๆแล้วยังมีเรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างเรื่องผู้หญิง หรือชนวนคำพูดในงานเลี้ยงเล็กๆน้อยๆ ก็เป็นเหตุของมหาสงครามได้อย่างไม่น่าเชื่อจริงๆ

สงครามโลก คืออะไร

สงครามโลก นั้นเป็นสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มประเทศต่างๆที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจและทหาร มีเรื่องขัดแย้งกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแย่งชิงความได้เปรียบของการล่าอาณานิคม ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ ความต้องการเป็นชาติมหาอำนาจ ทำให้เกิดสงครามขึ้นในหลายทวีปทั่วโลกและกินระยะเวลายาวนานหลายปี ซึ่งที่มีการบันทึกไว้นั้น ได้มีสงครามโลกเกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง คือ สงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี ค.ศ.1914-1918 รวมระยะเวลากว่า 5 ปี และสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ.1939-1945 รวมระยะเวลากว่า 7 ปี ซึ่งมีรายละเอียดคร่าวๆดังนี้

สรุปเหตุการณ์ สงครามโลกครั้งที่ 1

     สงครามโลก ครั้งที่ 1 เป็นสงครามใหญ่ระดับโลกที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกโดยมีศูนย์กลางสงครามอยู่ที่ทวีปยุโรป มีอีกชื่อหนึ่งว่า “มหาสงคราม” โดยมีกลุ่มคู่ขัดแย้งระหว่าง ฝ่ายสัมพันธมิตร (อังกฤษ,ฝรั่งเศส,รัสเซีย) และฝ่ายมหาอำนาจกลาง (เยอรมัน ออสเตรีย-ฮังการี ออตโตมัน และบัลแกเรีย)

     สาเหตุหลักของสงครามครั้งนี้นั้น เกิดขึ้นมาจากนโยบายต่างประเทศแบบจักรวรรดินิยมของมหาอำนาจยุโรปทั้งหลายในการขยายอาณาเขตโดยการล่าอาณานิคม ไม่ว่าจะเป็น จักรวรรดิเยอรมัน จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี จักรวรรดิออตโตมัน หรือ จักรวรรดิรัสเซีย จักรวรรดิอังกฤษ ฝรั่งเศสและอิตาลี ซึ่งการขยายอาณานิคมนั้นทำให้เกิดการกระทบกระทั่ง การชิงความได้เปรียบทางทรัพยากรอย่างรุนแรง

    จนกระทั่งมีการลอบปลงพระชนม์อาร์ชดยุกฟรันซ์ แฟร์ดีนันด์แห่งออสเตรีย รัชทายาทแห่งจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ในวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1914 โดยกัฟรีโล ปรินซีป นักชาตินิยมยูโกสลาฟ เป็นชนวนเหตุเกิดความชอบธรรมของสงคราม ออสเตรีย-ฮังการีจึงยื่นคำขาดฮับสบูร์กต่อราชอาณาจักรเซอร์เบีย จนกระทั่ง  วันที่ 28 กรกฎาคม 1914 เป็นวันที่สงครามได้เปิดฉากขึ้น เมื่อออสเตรีย-ฮังการีได้ส่งทหารเข้าไปรุกรานเซอร์เบีย ตามด้วยการเบลเยียม ลักเซมเบิร์กและฝรั่งเศส การโจมตีเยอรมนีของรัสเซีย

     หลังการบุกโจมตีกรุงปารีสของเยอรมนีถูกหยุด แนวรบด้านตะวันตกก็เป็นการรบแห่งการสูญเสียที่อยู่กับที่ด้วยแนวสนามเพลาะซึ่งเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ทำให้พันธมิตรทั้งหลายซึ่งก่อตั้งขึ้นมาเมื่อหลายทศวรรษก่อนถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ มหาอำนาจทั้งหลายจึงอยู่ในภาวะสงคราม และความขัดแย้งลุกลามไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วผ่านอาณานิคมต่างๆ

      เมื่อจักรวรรดิออตโตมันเข้าสู่สงครามใน ค.ศ. 1914 อิตาลีและบัลแกเรียใน ค.ศ. 1915 และโรมาเนียใน ค.ศ. 1916 จักรวรรดิรัสเซียล่มสลายใน ค.ศ. 1917 และรัสเซียถอนตัวจากสงครามหลังการปฏิวัติเดือนตุลาคมในปีเดียวกัน หลังการรุกตามแนวรบด้านตะวันตกของเยอรมนีใน ค.ศ. 1918 กองทัพสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมสงครามและกองทัพสัมพันธมิตรสามารถผลักดันกองทัพเยอรมันกลับไปหลังได้รับชัยชนะติดต่อกันหลายครั้ง เยอรมนี ซึ่งประสบปัญหา ได้ตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ วันสงบศึก และชัยชนะตกเป็นของฝ่ายสัมพันธมิตร 

     หลังสงครามได้จบลง จักรวรรดิเยอรมัน, ออสเตรีย-ฮังการี, รัสเซีย และออตโตมัน ซึ่งพ่ายแพ้ ทำให้อำนาจทางการเมืองและทหารสิ้นสภาพไป เยอรมนีและรัสเซียสูญเสียดินแดนไปมากมาย ส่วนอีกสองรัฐที่เหลือนั้นก็ล่มสลายลงอย่างสิ้นเชิง แผนที่ยุโรปกลางได้ถูกกำหนดขึ้นใหม่โดยมีประเทศขนาดเล็กเกิดขึ้นหลายประเทศ และองค์การสันนิบาตชาติก็ได้ถูกก่อตั้งขึ้น ด้วยความหวังที่ว่าจะป้องกันความขัดแย้งดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต จากนั้นลัทธิชาตินิยมยุโรปก็เกิดขึ้นหลังการล่มสลายของจักรวรรดิทั้งหลาย

ข้อมูลจาก : th.wikipedia.org

สงครามโลกครั้งที่ 1 คู่ขัดแย้ง

สรุปเหตุการณ์ สงครามโลกครั้งที่ 2

หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้จบลงไปในปี ค.ศ.1918 ก็เป็นระยะเวลาถึง 21 ปี ที่โลกไม่เกิดสงคราม เป็นสงครามระหว่างกลุ่มประเทศอักษะ ได้แก่ เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น กับกลุ่มประเทศสัมพันธมิตรนำโดย อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา จุดเริ่มต้น สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อวันที่ 1 กันยายน 1939 โดยเยอรมันนีได้เข้ายึดครองโปแลนด์ ทำให้ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศสและดินแดนอาณานิคมของอังกฤษอีก 4 แห่งคือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ บริติชอินเดีย แอฟริกาใต้ ประกาศสงครามกับเยอรมนี

ต่อมาในปี 1940 กองทัพเยอรมันรุกรานประเทศนอร์เวย์และประเทศเดนมาร์ก ก่อนที่จะโจมตีฝรั่งเศสผ่านทางประเทศเนเธอร์แลนด์เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก ในปีเดียวกันนี้เอง อิตาลีได้ประกาศสงครามกับอังกฤษและฝรั่งเศส ถัดมาในปี 1941 เยอรมนียึดครองยูโกสลาเวียและเริ่มส่งทหารเข้าไปรุกรานสหภาพโซเวียต ขณะที่ญี่ปุ่นโจมตีอ่าวเพิร์ล (Pearl Harbour) บนเกาะฮาวายของสหรัฐอเมริกาแล้วประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ การโจมตีของกองทัพญี่ปุ่นครั้งนี้ส่งผลให้สหรัฐอเมริกาตัดสินใจเข้าสู่สงครามโลก

ตลอดช่วง ค.ศ. 1939-1945 เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น พยายามขยายดินแดนของตนดังที่กล่าวข้างต้นแล้วว่า กองทัพเยอรมนีได้เข้ายึดครองโปแลนด์ ยูโกสลาเวีย นอกจากนี้เยอรมนียังเข้ายึดครองออสเตรียและบางส่วนของเชโกสโลวะเกีย ขณะที่อิตาลีบุกเข้าไปในอียิปต์และเอธิโอเปียเพื่อขยายอาณานิคมเข้าไปในทวีปแอฟริกา ส่วนญี่ปุ่นเข้ายึดครองแมนจูเรีย บางส่วนของประเทศจีน ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย

ยึดฝรั่งเศส

ข้อมูลจาก : wiki.kpi.ac.th
ผู้เรียบเรียง : ดร.โดม ไกรปกรณ์

ข้อคิดจากสงคราม

     สงครามนั้นก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล ทั้งชีวิต เสรีภาพ เศรษฐกิจ ทุกฝ่ายล้วนต้องลงทุนทั้งกำลังพล อาวุธ ยุทโธปกรณ์ ในการต่อสู้ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสงครามส่งผลต่อชีวิตทั้งชีวิตของหลายครอบครัว ผู้นำแต่ละประเทศที่ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งก็ต้องวางแผนและเลือกฝ่ายที่จะต้องเข้าร่วมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วิถีชีวิตของประชาชนก็ไม่เป็นปกติในภาวะสงคราม เศรษฐกิจจะชะลอตัวจนแทบหยุดนิ่งเพราะการค้าขายระหว่างประเทศไม่สามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัย 

     พลเมืองแต่ละประเทศก็จะถูกเกณฑ์ไปทำภารกิจต่างๆ และสุดท้ายผู้ที่พ่ายแพ้ก็จะต้องรับผลของสงครามไปอย่างโหดร้าย ปัจจุบันแม้สงครามที่ใช้กำลังทหารจะเกิดขึ้นเป็นบางพื้นที่ แต่สงครามทางการค้า และสงครามทางเทคโนโลยีได้กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆภายใต้แรงกดดันของประเทศมหาอำนาจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากผู้นำของประเทศมหาอำนาจเล็งเห็นโทษของสงครามแล้ว หวังว่าจะไม่เกิดสงครามซึ่งจะส่งผลร้ายต่อประชากรโลกเหมือนในอดีต

Close Menu